กลับไปที่คำจำกัดความด้านอสังหาริมทรัพย์
⏱️ เวลาอ่านโดยประมาณ: 6 นาที
ผลประโยชน์ทางกฎหมาย, สิทธิในทรัพย์สิน

สิทธิในอนาคต (Future interest) ในประเทศไทยคืออะไร?

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ของ REMAX Thailand

คำจำกัดความ

สิทธิในอนาคต (Future interest) คือสิทธิทางกฎหมายในปัจจุบันที่จะเป็นเจ้าของหรือควบคุมอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะยังไม่มีผลในการครอบครองหรือใช้ประโยชน์จริงจนกว่าจะถึงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต ในบริบทของประเทศไทย โดยทั่วไปจะใช้กับสถานการณ์ที่บุคคลมีเอกสารสิทธิ์เรียกร้องในทรัพย์สินที่จะมีผลในภายหลัง เช่น ผ่านการรับมรดก การสืบทอดสัญญาเช่า หรือข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีเงื่อนไข สิทธิในอนาคตมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งสำหรับชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งมีข้อจำกัดในการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยตรง และต้องใช้กลไกทางเลือกอื่น ๆ เช่น สิทธิเก็บกิน หรือสิทธิเหนือพื้นดิน เพื่อให้ได้สิทธิในการควบคุมในอนาคต

ความคาดหวังระดับสากลเทียบกับความเป็นจริงในไทย

ระบบกฎหมายทรัพย์สินของชาติตะวันตกยอมรับสิทธิในอนาคตเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่สามารถซื้อ ขาย และทำพินัยกรรมได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย แนวคิดนี้ดำเนินการภายใต้กรอบข้อบังคับที่เข้มงวดกว่ามาก เนื่องจากมีข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของชาวต่างชาติ ชาวต่างชาติที่คาดหวังว่าจะซื้อสิทธิในอนาคตในที่ดินของไทย—ดังเช่นที่อาจทำได้ในสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป—จะพบว่ากฎหมายไทยกำหนดให้สิทธิดังกล่าวต้องผ่านกลไกเฉพาะ (สิทธิเก็บกิน, สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสัญญาเช่า 30 ปี) แทนที่จะเป็นโครงสร้างสิทธิในอนาคตแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ สิทธิในอนาคตหลายประเภทในประเทศไทยไม่สามารถโอนได้อย่างอิสระโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลหรือการจดทะเบียนเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจากในชาติตะวันตก

ปัญหาที่เกิดขึ้น

ผู้ซื้อชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าใจผิดว่าพวกเขาสามารถซื้อสิทธิในอนาคตในอสังหาริมทรัพย์ไทยและเปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์ได้ในภายหลัง แต่กลับพบว่ากฎหมายไทยไม่ยอมรับข้อตกลงดังกล่าวสำหรับผู้ที่ไม่ใช่คนไทย—ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียเงินลงทุนหรือการเข้าไปพัวพันกับข้อพิพาทกับสมาชิกครอบครัวคนไทยหรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากชาวต่างชาติทำข้อตกลงที่ไม่เป็นทางการเพื่อรับทรัพย์สินในอนาคตโดยไม่มีเอกสารทางกฎหมายที่เหมาะสม (เช่น สิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดินที่จดทะเบียน) พวกเขาจะไม่มีสิทธิ์เรียกร้องที่บังคับใช้ได้ตามกฎหมายไทย และเสี่ยงที่จะสูญเสียทั้งทรัพย์สินและเงินลงทุน นอกจากนี้ การไม่เข้าใจว่าสิทธิในอนาคตในรูปของสิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดินไม่สามารถโอนได้อย่างอิสระอาจทำให้นักลงทุนติดอยู่ในสถานะที่ขาดสภาพคล่อง เนื่องจากสิทธิเหล่านี้มักจะสิ้นสุดลงเมื่อเสียชีวิตและไม่สามารถขายให้แก่บุคคลที่สามได้หากไม่มีการจดทะเบียนพิเศษและการอนุมัติจากทางการไทย

กฎสำหรับชาวต่างชาติเทียบกับพลเมืองไทย

คนไทยสามารถถือสิทธิในอนาคตแบบดั้งเดิม (เช่น สิทธิที่จะได้รับทรัพย์สินที่เหลือ, สิทธิที่จะได้ทรัพย์สินคืน, สิทธิที่จะได้รับทรัพย์สินเมื่อเกิดเงื่อนไข) ในที่ดินได้ ในขณะที่ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ถูกห้ามไม่ให้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยตรง ดังนั้นจึงไม่สามารถถือสิทธิในอนาคตในความหมายทางกฎหมายเดียวกันได้ แต่ชาวต่างชาติต้องจัดโครงสร้างสิทธิในทรัพย์สินระยะยาวของตนผ่านข้อตกลงสิทธิเก็บกิน (ซึ่งให้สิทธิในการใช้ประโยชน์ตลอดชีวิต) หรือข้อตกลงสิทธิเหนือพื้นดิน (ซึ่งให้สิทธิควบคุมนานถึง 30 ปี และอาจโอนได้หากจดทะเบียน) ความแตกต่างพื้นฐานนี้หมายความว่าในขณะที่คนไทยอาจได้รับมรดกที่ดินผ่านกลไกสิทธิในอนาคต แต่ชาวต่างชาติต้องพึ่งพาโครงสร้างทางกฎหมายทางเลือกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อหลีกเลี่ยงข้อห้ามการถือครองกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ

บริบททางกฎหมายไทย

สิทธิในอนาคตในประเทศไทยอยู่ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) โดยเฉพาะบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สินและการสืบทอดมรดก กรมที่ดินเป็นผู้ดูแลการจดทะเบียนทรัพย์สินและบังคับใช้ข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ซึ่งห้ามผู้ที่ไม่ใช่คนไทยถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยตรง กรมสรรพากรเป็นผู้จัดการภาษีการโอนและอากรแสตมป์เมื่อมีการเปลี่ยนมือสิทธิในอนาคต สำหรับชาวต่างชาติ โครงสร้างทางเลือกเช่น สิทธิเก็บกิน (สิทธิในการใช้และหาประโยชน์จากทรัพย์สินตลอดชีวิตหรือ 30 ปี) และสิทธิเหนือพื้นดิน (สิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนได้นานถึง 30 ปี) เป็นกลไกทางกฎหมายหลักที่สร้างสิทธิในอนาคตในทรัพย์สิน

ข้อดีและความเสี่ยง

ข้อดี

  • ความปลอดภัยทางกฎหมายและความซับซ้อนที่ลดลง: การจัดโครงสร้างสิทธิในทรัพย์สินผ่านสิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดินช่วยหลีกเลี่ยงความซับซ้อนในการพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายการถือครองกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ ทำให้มีการเรียกร้องที่จดทะเบียนและบังคับใช้ได้ตามกฎหมายซึ่งศาลไทยและกรมที่ดินยอมรับ
  • การสร้างรายได้: ผู้ถือสิทธิเก็บกินและสิทธิเหนือพื้นดินสามารถปล่อยเช่าทรัพย์สินและสร้างรายได้ได้อย่างถูกกฎหมาย ทำให้โครงสร้างสิทธิในอนาคตเหล่านี้เป็นที่น่าสนใจสำหรับชาวต่างชาติที่มาลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนแบบพาสซีฟ
  • การคุ้มครองตลอดชีพ: สิทธิเก็บกินตลอดชีวิตให้สิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียวตลอดช่วงชีวิตของผู้ถือสิทธิ์ ทำให้มีความมั่นคงในการอยู่อาศัยระยะยาวโดยไม่มีภาระการเป็นเจ้าของ

ความเสี่ยงและข้อเสีย

  • การไม่สามารถโอนได้และทางออกที่จำกัด: สิทธิในอนาคตส่วนใหญ่ในประเทศไทย (โดยเฉพาะสิทธิเก็บกิน) ไม่สามารถขายหรือโอนให้บุคคลอื่นได้ เมื่อเสียชีวิต สิทธินั้นมักจะกลับคืนสู่เจ้าของทรัพย์สิน ทำให้ไม่มีมูลค่าในการขายต่อ
  • ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงและการสร้างความมั่งคั่ง: แตกต่างจากการถือครองกรรมสิทธิ์แบบสมบูรณ์ สิทธิในอนาคตไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มในสินทรัพย์หรืออนุญาตให้คุณส่งต่อทรัพย์สินให้แก่ทายาท การลงทุนนี้โดยพื้นฐานแล้วเป็นแบบชั่วคราวและเป็นสิทธิ์เฉพาะตัวของผู้ถือสิทธิ์
  • ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและความเสี่ยงทางการเมือง: การเปลี่ยนแปลงกฎหมายทรัพย์สินของไทยหรือการเปลี่ยนแปลงในการบังคับใช้ข้อจำกัดสำหรับชาวต่างชาติอาจเปลี่ยนแปลงการบังคับใช้หรือเงื่อนไขของข้อตกลงสิทธิในอนาคตได้อย่างกะทันหัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสิทธิเหนือพื้นดินซึ่งเป็นเรื่องใหม่และยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย

ตัวอย่าง: การทำงานจริง

มาดูสถานการณ์จริงเพื่อทำความเข้าใจว่าสิทธิในอนาคตถูกนำมาใช้ในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์อย่างไร

สถานการณ์

  • มูลค่าทรัพย์สิน: 5,500,000 บาท; ระยะเวลาสิทธิเก็บกิน: ตลอดชีวิต (ตลอดชีวิตของริชาร์ดในประเทศไทย)
  • ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและอากรแสตมป์: ~50,000–100,000 บาท + 27,500 บาท; ค่าบำรุงรักษารายปี: ~15,000–25,000 บาท
  • รายได้ค่าเช่ารายเดือน (หากปล่อยเช่าช่วง): 25,000 บาท (รายได้รวม 300,000 บาทต่อปี)

ผลลัพธ์

ริชาร์ดได้รับการลงทุนในที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงพร้อมการคุ้มครองทางกฎหมาย สร้างรายได้แบบพาสซีฟ และมีสิทธิ์ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว—ทั้งหมดนี้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของที่ดิน อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเสียชีวิต (หรือหากเขาออกจากประเทศไทยอย่างถาวร) สิทธิเก็บกินจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติและทรัพย์สินจะกลับคืนสู่สมชาย ทายาทของริชาร์ดไม่สามารถรับมรดกหรือขายสิทธิเก็บกินได้ การลงทุนของเขาทั้งหมดจะสิ้นสุดลงในช่วงชีวิตของเขา โครงสร้างนี้ให้ความปลอดภัยและรายได้ แต่ไม่มีการโอนความมั่งคั่งหรือสภาพคล่องในการขายออกไป

ผลลัพธ์:รายได้สุทธิประมาณ 275,000 บาทต่อปี โดยไม่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มในสินทรัพย์

กรณีศึกษาจากเรื่องจริง

สถานการณ์: คู่รักชาวเยอรมันคู่หนึ่งซื้อวิลล่าริมหาดในภูเก็ตผ่านข้อตกลงสิทธิในอนาคตที่ไม่เป็นทางการกับผู้ขายชาวไทย โดยสัญญาว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ให้เมื่อพวกเขาเกษียณอายุในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่ไม่มีเอกสารที่จดทะเบียน

ความท้าทาย: หลังจากผ่านไป 4 ปีและได้ปรับปรุงทรัพย์สินไปอย่างมาก (ค่ารีโนเวทรวม 2 ล้านบาท) ลูกชายของผู้ขายชาวไทยได้อ้างสิทธิ์ในกรรมสิทธิ์ และคู่รักคู่นั้นก็พบว่าสิทธิในอนาคตของพวกเขาไม่มีสถานะทางกฎหมายภายใต้กฎหมายไทย พวกเขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องที่บังคับใช้ได้ สูญเสียเงินค่าปรับปรุง และต้องเผชิญกับการถูกขับไล่

ความแตกต่างของ REMAX:
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของ REMAX จะต้องแจ้งเตือนถึงโครงสร้างที่ผิดกฎหมายนี้ทันที และจะเสนอให้ทำข้อตกลงสิทธิเก็บกินตลอดชีวิตหรือสิทธิเหนือพื้นดิน 30 ปีที่จดทะเบียนกับกรมที่ดินแทน ซึ่งจะให้เอกสารที่บังคับใช้ได้ในศาลและปกป้องสิทธิ์ในการอยู่อาศัยระยะยาวของพวกเขา

สิทธิในอนาคต เทียบกับ สิทธิการเช่า

สรุปย่อเพื่อเปรียบเทียบคำนี้กับคำทางเลือกที่ใกล้เคียงที่สุด

คุณสมบัติสิทธิในอนาคตสิทธิการเช่า
ระยะเวลาและการต่ออายุสิทธิเก็บกิน: ตลอดชีวิตหรือ 30 ปี (ต่ออายุไม่ได้); สิทธิเหนือพื้นดิน: สูงสุด 30 ปีโดยทั่วไป 30 ปี พร้อมตัวเลือกในการต่ออายุ; ข้อกำหนดการสืบทอดอนุญาตให้สัญญาส่งต่อไปยังทายาทได้
การโอนและการสืบทอดมรดกโดยทั่วไปไม่สามารถโอนให้บุคคลที่สามได้; กลับคืนสู่เจ้าของเมื่อเสียชีวิตหรือเดินทางออกนอกประเทศสามารถซื้อ ขาย และสืบทอดมรดกได้หากสัญญามีข้อกำหนดการสืบทอด
การยอมรับทางกฎหมายและการบังคับใช้จดทะเบียนกับกรมที่ดิน; ศาลบังคับใช้ได้; เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางสำหรับชาวต่างชาติจดทะเบียนในสัญญาเช่า; บังคับใช้ได้ แต่มีผลอ่อนกว่าสิทธิเก็บกินเนื่องจากระยะเวลาที่จำกัด

คำถามที่พบบ่อย

ในฐานะชาวต่างชาติ ฉันสามารถรับมรดกที่ดินในประเทศไทยในรูปแบบสิทธิในอนาคตได้หรือไม่?
ไม่ได้ กฎหมายไทยห้ามชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน รวมถึงการรับมรดก หากสมาชิกครอบครัวคนไทยยกที่ดินให้คุณในพินัยกรรม คุณจะไม่สามารถรับมรดกได้ แต่ทางการไทยจะบังคับให้ขายที่ดินนั้น และเงินที่ได้จะตกเป็นของทายาทคนไทยของคุณหรือรัฐไทย
สิทธิเก็บกินเหมือนกับการเช่าหรือไม่ และฉันสามารถขายได้หรือไม่?
ไม่ใช่ สิทธิเก็บกินเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นได้ เพื่อใช้และหาประโยชน์จากทรัพย์สินตลอดชีวิตหรือตามระยะเวลาที่กำหนด คุณไม่สามารถขายให้บุคคลอื่นได้ ในทางกลับกัน สัญญาเช่าบางครั้งสามารถโอนสิทธิ์ได้หากข้อตกลงการเช่าอนุญาต
จะเกิดอะไรขึ้นกับสิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดินของฉันเมื่อฉันออกจากประเทศไทยหรือเสียชีวิต?
สิทธิทั้งสองจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเสียชีวิตหรือเดินทางออกจากประเทศไทยอย่างถาวร ทรัพย์สินจะกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ทายาทของคุณไม่มีสิทธิ์เรียกร้องในทรัพย์สินหรือสิทธิเก็บกินนั้น
การจัดทำข้อตกลงสิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดินมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนแตกต่างกันไปตามจังหวัดและมูลค่าทรัพย์สิน แต่โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 50,000–150,000 บาท บวกกับอากรแสตมป์ (ประมาณ 0.5% ของมูลค่าทรัพย์สิน) และค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย (2,000–10,000 บาทสำหรับทนายความ) นอกจากนี้ยังมีค่าบำรุงรักษาและภาษีทรัพย์สินรายปีตามปกติ
เจ้าของทรัพย์สินคนไทยสามารถยกเลิกสิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดินของฉันก่อนที่ฉันจะเสียชีวิตได้หรือไม่?
ไม่ได้ เมื่อจดทะเบียนแล้ว สิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดินไม่สามารถถูกยกเลิกโดยฝ่ายเดียวจากเจ้าของได้ในระหว่างระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ตาม ทั้งเจ้าของและคุณสามารถตกลงร่วมกันเพื่อยุติสัญญาได้ ในทางทฤษฎี การเปลี่ยนแปลงกฎหมายของไทยอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิเหล่านี้ได้ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ยาก

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

ทีมบรรณาธิการ REMAX Thailand

ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่เพื่อให้แน่ใจว่ามีความถูกต้อง โปร่งใส และน่าเชื่อถือสำหรับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

คู่มือฟรี

ดาวน์โหลด "คู่มือคำศัพท์" เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมและนำทางอย่างปลอดภัย

รับคู่มือ PDF ฟรี

ทำไมจึงสำคัญ

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิในอนาคต—โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิเก็บกินและสิทธิเหนือพื้นดิน—เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติ เนื่องจากการเลือกโครงสร้างที่ไม่ถูกต้องอาจหมายถึงการสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดของคุณเมื่อเสียชีวิตหรือเดินทางออกจากประเทศ โดยไม่มีทางเลือกในการรับมรดกหรือขายต่อ ในทางกลับกัน การเลือกกลไกทางกฎหมายที่ถูกต้องจะช่วยปกป้องเงินของคุณ ทำให้สามารถสร้างรายได้ และรับประกันว่าศาลไทยจะปกป้องสิทธิของคุณ

💡 เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญของ REMAX

ยืนยันเสมอว่าต้องมีเอกสารที่จดทะเบียนกับกรมที่ดินสำหรับข้อตกลงสิทธิในอนาคตใดๆ—ไม่ว่าจะเป็นสิทธิเก็บกินหรือสิทธิเหนือพื้นดิน ข้อตกลงปากเปล่าหรือสัญญาเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนจะไม่มีค่าภายใต้กฎหมายไทยและจะไม่สามารถใช้ยืนยันในศาลได้หากเกิดข้อพิพาท ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน 1% ถือเป็นการประกันที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการสูญเสียเงินลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดของคุณ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ความเชื่อผิดๆ: ฉันสามารถซื้อสิทธิในอนาคตในที่ดินไทยตอนนี้และเป็นเจ้าของได้โดยสมบูรณ์เมื่อสัญญาเช่าของฉันหมดอายุหรือครบตามเงื่อนไข

ความจริง: กฎหมายไทยห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติทำเช่นนั้น สิทธิในอนาคตไม่สามารถเปลี่ยนเป็นกรรมสิทธิ์ได้ แต่สิทธินั้นจะหมดอายุหรือกลับคืนสู่เจ้าของเดิม ชาวต่างชาติไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินภายใต้โครงสร้างสิทธิในอนาคตใดๆ ได้ ทำได้เพียงเช่าหรือถือสิทธิเก็บกิน/สิทธิเหนือพื้นดินเท่านั้น

ความเชื่อผิดๆ: สิทธิเหนือพื้นดินเหมือนกับการเป็นเจ้าของและให้สิทธิ์ทั้งหมดของเจ้าของแก่ฉัน

ความจริง: สิทธิเหนือพื้นดินให้สิทธิ์ในการควบคุมและหารายได้นานสูงสุด 30 ปี แต่ไม่ได้ให้กรรมสิทธิ์ที่แท้จริง แม้ว่าจะสามารถจดทะเบียนได้และมีความยืดหยุ่นมากกว่าสิทธิเก็บกิน (อาจโอนได้หากจดทะเบียน) แต่ก็ยังคงเป็นสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ที่จำกัดซึ่งจะหมดอายุหรือกลับคืนสู่เจ้าของ ทำให้คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้น

แนวคิดสิทธิในอนาคต

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่?

ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญและ AI ของเราพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณ

สอบถามผ่าน Line AI สอบถามผ่าน WhatsApp AIค้นหาตัวแทน